ช็อกโกแลตซีสต์ คืออะไร สาเหตุเกิดจากอะไร โรคภายในที่ผู้หญิงมีโอกาสเป็นได้ทุกคน สาเหตุหนึ่งเกิดจากเลือดประจำเดือนไหลย้อนกลับ แล้วเข้าไปฝังตัวอยู่ในช่องท้อง ผนังมดลูก และรังไข่ ทำให้บริเวณนั้นเป็นพังผืดมองเห็นเป็นจุดเลือดออก สีแดงหรือสีดำ โดยจะมีลักษณะข้นคล้ายช็อกโกแลตสะสมอยู่ในบริเวณนั้น เมื่อผ่านไปในแต่ละเดือน ผู้ป่วยโรคช็อกโกแลตซีสต์มักมีอาการปวดประจำเดือนอย่างรุนแรง คลื่นไส้ และอาเจียน

ช็อกโกแลตซีสต์ (Chocolate Cyst) หรือ ถุงน้ำช็อกโกแลต ในทางการแพทย์เรียกว่า “เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญเติบโตผิดที่ (Endometriosis)” คุณหมอบอกว่าให้นึกถึงตัวมดลูกเปรียบได้กับชมพู่ เยื่อบุโพรงมดลูกก็คือเนื้อนิ่มๆ ด้านในของชมพู่ ที่เป็นเยื่อๆ ใยๆ เมื่อคุณผู้หญิงมีประจำเดือน เยื่อบางๆ เหล่านี้ก็จะลอกออกและปนมากับเลือดประจำเดือนที่ออกมาทางช่องคลอด

แต่ทีนี้จะมีเลือดส่วนหนึ่งไม่ได้ออกมาด้วยแต่ไหลย้อนไปยังท่อนำไข่ และจะไปตกอยู่ในท้องซึ่งเลือดที่ไหลย้อนกลับนี้ก็จะมีเยื่อบุโพรงมดลูกอยู่ด้วย ซึ่งเซลล์เยื่อบุโพรงมดลูกนี้จะเหมือนเมล็ดพืช คือ จะค่อยๆ เติบโต และค่อยๆ ขยายกลายเป็นถุงน้ำ

หากฝังตัวอยู่ที่อวัยวะไหนก็จะเกิดถุงน้ำขึ้นที่อวัยวะนั้น เช่น อุ้งเชิงกราน ท่อรังไข่ ลำไส้ ช่องคลอด มดลูก เป็นต้น แต่บริเวณที่จะพบถุงน้ำได้บ่อยคือรังไข่ เนื่องจากบริเวณรังไข่เป็นบริเวณที่มีฮอร์โมนเอสโตรเจนสูงจึงเหมาะแก่การเจริญเติบโต เมื่อเวลาที่ผู้หญิงมีประจำเดือน

เยื่อบุโพรงมดลูกจะลอกตัวออกมาตลอดคือจะปล่อยเลือดออกมาด้วย แต่เมื่อเยื่อบุโพรงมดลูกไปอยู่ที่รังไข่และปล่อยเลือดออกมาแต่รังไข่ไม่มีทางออกของเลือด จึงเกิดการสะสมของเลือดขึ้นทีละนิด เหมือนลูกโป่งที่เติมน้ำเข้าไปทีละนิดทำให้เลือดในถุงมีปริมาณมากขึ้น หากเลือดค้างอยู่ในถุงน้ำนานๆ จะกลายเป็นสีน้ำตาล มีลักษณะเหมือนช็อกโกแลต จึงเรียกว่า “ถุงน้ำช็อกโกแลต” หรือ “ช็อกโกแลตซีสต์” นั่นเอง

อาการของโรคช็อกโกแลตซีสต์
ช็อกโกแลตซีสต์เป็นโรคที่พบบ่อยในสตรีวัยเจริญพันธุ์ ส่วนอาการของช็อกโกแลตซีสต์ ไม่ใช่อาการเฉพาะเจาะจงอาจพบในโรคอื่นได้เหมือนกัน โดยมากอาการของช็อกโกแลตซีสต์ มักจะได้แก่

-ปวดท้องน้อยเรื้อรังเมื่อมีประจำเดือน และจะปวดมากขึ้นทุกๆ เดือน โดยจะปวดท้องด้านหน้า ตั้งแต่สะดือไปถึงอุ้งเชิงกราน ส่วนด้านหลังตั้งแต่บั้นเอวไปถึงก้นกบ
-อาจปวดท้องประจำเดือนจนเป็นลม
-มีอาการลำไส้แปรปรวน ท้องอืด ท้องเสีย
-ปวดมากเวลาขับถ่าย ถ่ายอุจจาระเป็นเลือด ปัสสาวะเป็นเลือด
-ปัสสาวะบ่อย
-ปวดเสียดในท้อง
-ปวดหลัง ปวดร้าวลงขา

รวมทั้งมีอาการเจ็บปวดเมื่อมีเพศสัมพันธ์ และสุดท้ายคือ จะมีบุตรยาก เพราะท่อนำไข่ตีบตัน สาเหตุมาจากมีพังผืดรั้งอยู่ ทำให้ท่อนำไข่ไม่สามารถทำงานได้

รู้ได้อย่างไรว่าเราเป็นช็อกโกแลตซีสต์หรือไม่
มาถึงตรงนี้คุณสาวๆ อาจจะยังสงสัย จะรู้ได้อย่างไรว่าเราเป็นช็อกโกแลตซีสต์หรือไม่ เรื่องนี้คุณหมอให้คำแนะนำว่า ต้องสังเกตอาการและความผิดปกติที่เกิดขึ้น หลายคนไม่สามารถแยกแยะออกว่า การปวดท้องนั้นเป็นการปวดท้องประจำเดือนปกติหรือปวดเพราะเป็นช็อกโกแลตซีสต์ ให้เราวิเคราะห์ตัวเองง่ายๆ ดังนี้

โรคนี้มักพบมากในผู้หญิงที่มีอายุ 20-40 ปี หากเรามีอายุอยู่ในราวๆ นี้ ปกติไม่เคยปวดท้องประจำเดือนมากๆ มาก่อน แต่แล้วอยู่ๆ ก็มีอาการปวดท้องมากขึ้นเรื่อยๆ และปวดมากขึ้นทุกเดือน ถึงขนาดที่ต้องหยุดงาน ให้สงสัยไว้ก่อนว่า คุณอาจเป็นช็อกโกแลตซีสต์ก็ได้ ทางที่ดีควรไปพบแพทย์เพื่อรับการตรวจโดยด่วน

วิธีรักษา เมื่อไหร่ที่ต้อง ผ่าตัดช็อกโกแลตซีส
หากพบว่าเป็นก็จะได้ทำการรักษาแต่เนิ่นๆ จะเป็นการดีที่สุด ในส่วนของการรักษา ในรายที่อาการรุนแรงไม่มาก แพทย์อาจให้สังเกตและติดตามอาการเป็นระยะ ในรายที่มีอาการพอสมควรแพทย์อาจรักษาโดยใช้ยา

หรือหากใช้ยาแล้วไม่ได้ผลอาจจำเป็นต้อง ผ่าตัด ช็อกโกแลตซีส ซึ่งการผ่าตัดในปัจจุบันนี้แพทย์ก็จะเลือกใช้วิธีการผ่าตัดส่องกล้อง (Laparoscopic Surgery) เป็นวิธีมาตรฐานในการผ่าตัด ซึ่งการผ่าตัดผ่านกล้องนี้เป็นวิธีที่ทันสมัย เป็นรูปแบบหนึ่งของการผ่าตัดแบบ Minimally Invasive Surgery หรือ MIS อันเป็นเทคนิคในการผ่าตัดที่มีประสิทธิภาพสูง ผู้เข้ารับการผ่าตัดจะมีแผลเล็ก เจ็บน้อย และฟื้นตัวเร็ว ซึ่งไม่น่ากลัวแต่อย่างใด